สัมภาษณ์ lynch.

interview - 09.12.2008 19:00

พบกับวงร็อค "lynch." พูดคุยกับพวกเขาถึงผลงานของวงในขณะนี้

หลังจาก 2008 THE DIFFUSING IDEAL ทัวร์คอนเสิร์ตเฉพาะของวงครั้งแรกของพวกเขา JaME มีโอกาสได้สัมภาษณ์วงน้องใหม่ หากแต่มากไปด้วยประสบการณ์ อย่างวง Nagoya kei "lynch." เราพูดคุยกันถึงซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง ADORE และ Ambivalent Ideal รวมถึงการทำงานของวง และเป้าหมายในอนาคตของพวกเขา

── แนะนำตัวกันหน่อย

Hazuki: ครับ Hazuki ร้องนำครับ
Reo: Reo มือกีต้าร์ครับ
Yusuke: Yusuke มือกีต้าร์ครับ
Asano: Asano มือกลองครับ

── ก่อนอื่นเลย เราอยากถามพวกคุณถึงซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด Ambivalent Ideal ที่กำลังจะออกในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เพลงหลักของซิงเกิ้ล Ambivalent Ideal เริ่มด้วยอารมณ์อันลึกลับ จากนั้นจึงค่อยๆไต่ขึ้นสู่ทำนองที่รุนแรงและสวยงาม มันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งรุนแรงและอ่อนหวาน เร็วและช้า อยู่ในเพลงเดียวกัน มัน "lynch." เอามากๆเลย คุณคิดอะไรอยู่ในขณะที่แต่งเพลงนี้?

Hazuki: ผมแต่งเพลงนี้ขึ้นหลังจากที่เราประชุมกันถึง เพลงแบบไหนดีที่เราจะทำในซิงเกิ้ลต่อไป เราตัดสินใจจะแต่งเพลงที่มีอารมณ์อึมครึมหน่อย ซึ่งเราเคยทำกันมาหลายเพลงแล้วก่อนหน้านี้ แต่เพลงนี้มันก็ไม่ใช่อะไรที่เราจะจัดการกับมันได้ง่ายๆ ผมนึกไม่ถึงว่าเราจะสร้างความขัดแย้งในเพลงได้มากขนาดนี้ แต่ในขณะที่เราจัดการกับเพลงไปเรื่อยๆ เราตัดสินใจจะฉุดรั้งตัวเองกลับมา ในขณะที่เราก็ก้าวต่อไปในที่ที่เราคิดว่าดีเช่นกันซิงเกิ้ล

── ก่อนหน้านี้ Adore อยู่ในแนวร็อคแบบค่อนข้างกระแทกกระทั้น แต่เพลงนี้จะต่างออกไปใช่ไหม?

Hazuki: ครับ Adore เป็นเพลงในแนวนั้น ในเวลานั้นเราทำเพลงแนวนั้นกัน อาจจะแปลกสักหน่อยที่จะพูดแบบนี้ Adore เป็นเพลงที่ดีที่สุดของ lynch. แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำเพลงแบบเดิมซ้ำกันเป็นครั้งที่สอง ดังนั้น เราตัดสินใจจะทำอะไรที่มันแตกต่างออกไป

── แล้วเนื้อเพลงสำหรับครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง

Hazuki: สำหรับเนื้อเพลง ชื่อของมันคือ Ambivalent Ideal ดังนั้น ผมคิดถึง "ความรู้สึกสองด้าน" ผมต้องการจะสื่อว่า ถ้าเรามองของสิ่งเดียวกัน แต่ในมุมที่แตกต่างกัน เราย่อมมีความรู้สึกต่อสิ่งนั้นแตกต่างกันไปด้วย เพลงนี้เกี่ยวกับฆาตกรรม ฆาตกรรมเป็นอาชญากรรม และเป็นความรู้สึกธรรมดาๆ คล้ายกับ "ใครสักคนเกลียดใครสักคน และเขาก็ฆ่าคนคนนั้น" ผมว่านะ แต่ว่ามันก็มีกรณีที่ พวกเขาไม่ได้เกลียดกัน ผมคิดว่า มันอาจจะเป็นไปได้ ที่จะฆ่าใครสักคนเพราะความรัก ผมสร้างตัวละคนนั้นขึ้นจากเหตุผลนั้น และเขียนเปรียบเทียบกัน ระหว่างภายนอกและภายในตัวของเขา

── โอ้โห นั่นคือสิ่งที่เนื้อเพลงบอกสินะ!?

Hazuki: ดังนั้น ทำนองเพลงคือการแสดงออกของความรัก แต่ความจริงมันคือฉากฆาตกรรม

── คล้ายกับว่า "ฉันฆ่าเธอ เพราะฉันรักเธอ" สินะ

Hazuki: ไม่ครับ มันไม่ใช่สำหรับตัวละครในเพลงนี้ สำหรับเขาแล้ว ฆาตกรรมไม่ต่างอะไรจากเซ็กส์

── พวกคุณถ่ายทำpv และในนั้นมีหลายอย่างที่ดูเกี่ยวข้อง อย่างเช่น หญิงสาวที่นั่งบนรถเข็น และAsano ที่แต่งหน้าอย่างรุนแรงมาก มันเกี่ยวข้องอะไรกับเพลงหรือเปล่า

Hazuki: ครับ และผู้หญิงบนรถเข็นจริงๆแล้วคือผมเอง(หัวเราะ) พอผมได้คอนเซปต์แล้ว เราก็มาคุยกันถึงสิ่งที่เราอยากจะทำ

Reo: ผมได้ฟังจาก Hazuki ถึงเรื่องราวใน PV นี้ ทั้งการลื่นไหลและการพัฒนาของเนื้อเรื่อง และเราตัดสินใจได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะมันเกี่ยวข้องกับเนื้อเพลง

── คุณมีไอเดียเกี่ยวกับหญิงสาวบนรถเข็นตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า?

Hazuki: ครับ มันอยู่ในแผน และอยู่ในภาพที่วาดไว้ตั้งแต่ก่อนถ่ายเลย

Reo: ตอนที่ Hazuki โชว์ภาพที่วาดไว้ให้สมาชิกคนอื่นๆดู มันมีจุดประทับใจอยู่หลายจุดเลย และผมคิดว่ามันแสดงถึงเนื้อหาของเพลงได้เป็นอย่างดี ตอนนั้น ผมไม่มีไอเดียอะไรเลย ดังนั้นเขาจึงโชว์ไอเดียนี้ให้คนอื่นๆในวงดู มันขึ้นอยู่กับพวกเราว่าเราจะทำอะไรใน PV และผมคิดว่า สิ่งที่ Hazuki นำมาให้เราดู เหมาะกับเนื้อหาเอามากๆแล้วการถ่ายทำ PV ล่ะ รู้สึกเป็นยังไงกันบ้าง

Asano: โดยส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกคาดไม่ถึงนะ กลายเป็นว่ามันออกมาค่อนข้างจะสวย(หัวเราะ) และเช่นเดียวกันกับอิมเมจที่พวกเราได้รับ

── ได้ยินมาว่าคุณแต่งหน้ากันเอง

Asano: ครับ ผมแต่งหน้าโดยพยายามให้มันตรงกับอารมณ์ของเพลง และผมจินตนาการว่าผม 'dirty' เหมือนกับ Hazuki

── Asano ดังนั้นคุณจึงมีภาพที่ 'dirty' ใช่ไหม

Asano: ครับ แต่ว่าภาพที่ออกมากลับสวยเกินความคาดหมาย ดังนั้น ผมคิดว่า "ผมเปล่งประกาย" ในขั้นของการวางแผน พวกเรามีไอเดียมากมาย บางอย่างก็ทำได้ บางอย่างก็ทำไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว พอถึงขั้นของการถ่ายทำ พวกเราเจอกับปัญหาที่น่ากลัวเอามากๆ

── บอกเราถึงปัญหาของคุณสักหน่อยสิ

Asano: อืม มันเกี่ยวกับพวกเครื่องยนต์กลไกน่ะครับ มันน่าสมเพชอยู่สักหน่อย ที่พวกเราไม่สามารถทำตามไอเดียบางอย่างได้เพราะเวลาที่จำกัด แต่เมื่อเราได้เห็น PV ตัวเต็ม มันดีมากเลย และผมรู้สึกพอใจเอามากๆ PV มีพลังเอาอย่างมาก ความขัดแย้งระหว่างระหว่าง ความรุนแรงของฉากที่เป็นภาพการแสดงของวง กับความเงียบงันในฉากของโรงพยาบาล ดูเท่มาก

Yusuke: ผมพยายามจะแสดงออกให้แตกต่างจากไลฟ์จริงๆ นี่เป็นครั้งที่สองของผมใน PV และผมพยายามจะเล่นโดยแสดงถึงสิ่งที่ผมได้เคยทำมา... แต่ว่า คุณมองหน้าผมไม่เห็นเพราะผมของผมมันบังอยู่น่ะ

Hazuki: อ้าว ฉันไม่รู้นิว่านายกังวลเรื่องนั้นด้วย(หัวเราะ)

Yusuke: เมื่อกี้ Asano บอกว่า พวกเรามีปัญหาในการถ่ายทำ และสำหรับกรณีของผม สายสะพายกีต้าร์ดันขาดระหว่างถ่ายทำ สถานที่นั้นทำให้ผมคิดว่า มันคงจะมีอะไรบางอย่างอยู่

── คุณเชื่อเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ?

Yusuke: อืม... ผมพยายามจะไม่เชื่อเรื่องแบบนั้นนะ และผมก็ไม่สามารถเห็นพวกเขาได้ด้วย ปกติผมก็ไม่คิดอะไร เอาล่ะแต่ว่า..เรามีปัญหามากมาย ดังนั้นผมเลยคิดว่า "มันอาจจะมีอะไรอยู่แถวนี้ก็ได้นะ..."(หัวเราะ)

── คุณเคยคิดไหมว่า "เราควรจะไปสะเดาะเคราะห์หรืออะไรทำนองนั้นกัน"

Yusuke: ครับ

── กับเพลงที่มาคู่กันอย่าง DOZE มันเป็นเพลงที่แรงเอาการ เป็นแนวคล้ายกับ punk rock และมีท่อนที่ค่อนข้างเบาพร้อมเสียงกีต้าร์ที่ค่อนข้างใส และกลับมาแรงอีกครั้งในตอนท้าย คุณทำได้อย่างไรน่ะ

Hazuki: ในเพลงตัวแรกสุด มันไม่มีท่อนเบาในตอนกลางหรอกครับ และมันเป็นเพลงที่บ้ามาก(หัวเราะ) ตอนที่ผมเอาเพลงนี้มา ผมคิดว่า "มันดีมากที่เป็นแบบนั้น" แต่พอทุกคนได้ฟังมัน ทุกคนเห็นว่าเราควรทำเพลงที่มีเฉพาะ lynch. เท่านั้นที่ทำได้ ดังนั้นเราตัดสินใจจะใส่ท่อนเบาลงไปในตอนกลางของเพลงเข้าใจล่ะ

── ในซิงเกิ้ลหนึ่ง คุณใส่เพลงที่แตกต่างกันลงไปถึง2 แนว และยังใส่ความแตกต่างนั้นลงไปในหนึ่งเพลงอีกด้วย

Hazuki: อ้า ใช่แล้วครับ ทั้งหมดนั่นคือความแตกต่าง

── ทัวร์ครั้งนี้เริ่มที่ Ebisu LIQUIDROOM ในวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา มันเป็นไลฟ์ที่มันมาก ไม่เหมือนกับไลฟ์แรกในทัวร์คอนเสิร์ตเลย

Hazuki: ครับ ไลฟ์ครั้งนั้นมันหยดอย่างกับไลฟ์สุดท้ายของทัวร์แน่ะ แต่หลังจากนั้นเรามีประชุมเพื่อสรุปสิ่งที่เราควรแก้ไข โดยปกติแล้ว ไลฟ์ครั้งแรกนั้นยากเอามากๆ เนื่องจากการซ้อมของเราอาจยังไม่เพียงพอ ทำให้แต่ละเพลงในรายการ เมื่อเล่นต่อๆกันแล้ว โดยรวมกระชากอารมณ์ได้ไม่มันเท่าที่ควร พูดจริงๆนะครับ สถานที่นั้นน่ะ ใหญ่เกินไปจะเป็นที่แรกของทัวร์

── คนดูก็บ้าคลั่งกันมาก

Hazuki: มันเป็นไลฟ์แก้แค้นของเราด้วยแหละ ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำในไลฟ์นั้นจะต้องยิ่งใหญ่ เรามีภาพในอุดมคติของเรา แต่ผมคิดว่า เรามีสิ่งที่ต้องทำอีกสักนิดก่อนจะไปถึงที่นั่น

Asano: ครั้งก่อน เราเล่นใน Ebisu LIQUIDROOM ที่โตเกียวเหมือนกัน และเรามีความรู้สึกว่า "มันคงไม่เป็นไร" ดังนั้นเราเลยไม่เครียดกันเท่าไหร่ ผลที่ตอบกลับมา ผมไม่คิดว่ามันดีเท่าไหร่นัก ไลฟ์ครั้งนั้นไม่ได้แย่มาก แต่ว่า ถ้าหากมันเป็นไลฟ์ครั้งสุดท้ายของทัวร์ ผมว่ามันจะแตกต่างไปหน่อย

Yusuke: ผมรู้สึกคล้ายกับเราพ่ายแพ้ต่อผู้ชม พวกเราควรทำให้พวกเขามันขึ้น แต่ว่าผู้ชมกลับมันกันก่อนที่เราจะรู้สึกแบบนั้นเสียอีก

── คราวนี้ พวกแฟนๆรู้อยู่แล้วว่านี่เป็นไลฟ์แห่งการแก้แค้น ดังนั้น คุณไม่รู้สึกบ้างเหรอว่าพวกเขาพยายามจะทำแบบนั้นกัน

Hazuki: นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันออกมาดีมาก ผมคิดว่า เพราะว่า ถ้าแค่พวกเราเล่นได้ดี ไลฟ์ไม่มีทางดีไปด้วยได้หรอก ในขณะที่เราไม่สามารถทำได้ถึง 100% แต่ผู้ชมทำได้ถึง 120% หรือ 200% ทุกคนก็จะบอกว่ามันเป็นไลฟ์ที่ดีมาก ดังนั้นสุดท้ายแล้วมันถึงออกมาดี สำหรับการแสดงบนเวที พวกเราทำได้ไม่เลวนัก แต่ผมว่า เราสามารถทำได้ดีกว่านี้

── ทัวร์ครั้งนี้ ไลฟ์จบไปแล้วถึง 4 ครั้งด้วยกัน คุณว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง

Reo: เราคุยกันหลังจากไลฟ์ครั้งแรกที่ LIQUIDROOM และอย่างที่ Yusuke บอก เราต้องคิดถึงสิ่งที่เราควรปรับปรุงในการเล่นไลฟ์ โดยดูจากผลตอบรับของผู้ชมที่มีต่อเรา หลังจากนั้น เราเปลี่ยนลิสต์รายชื่อเพลงจากที่เล่นในวันแรก มาถึงในวันที่สองที่ซัปโปโร จากตรงนั้น เราสามารถรู้สึกถึงผลตอบรับจากผู้ชมมากขึ้นๆ ในแต่ละไลฟ์ที่ผ่านไป

── พวกลิสต์รายชื่อเพลงเปลี่ยนไปมากในทุกไลฟ์เลยใช่ไหม

Reo: ไม่ครับ พวกเราไม่ได้เปลี่ยนมากนัก แต่การเปลี่ยนแปลง แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ไลฟ์ทั้งไลฟ์เปลี่ยนไปได้ ถึงแม้ผมจะบอกว่า ไลฟ์ของพวกเราดีขึ้นเรื่อยๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไลฟ์ในครึ่งแรกของทัวร์ไม่ดีนะ พวกเราทำมันเต็ม100% ในทุกครั้ง และเพราะอย่างนั้น ผมจึงคิดว่า ไลฟ์ของพวกเรากำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

── และทุกครั้งที่คุณเล่นเพลงใหม่ๆในไลฟ์ คุณก็คุ้นเคยกับมันมากขึ้น

Reo: ผมคิดว่าเพลงใหม่ๆเหล่านั้น มันดีขึ้นเพราะผู้ชม พวกเขาฟังมันและเข้าใจมันมากขึ้นเรื่อยๆ

── มีเพลงไหนที่คนบางพื้นที่ชอบมากกว่าที่คนในพื้นที่อื่นๆชอบ เวลาที่คุณคิดลิสต์เพลง คุณต้องคำนึงถึงพื้นที่ที่คุณจะไปเล่นด้วยหรือเปล่า

Hazuki: อืม ตั้งแต่ตั้งวงมา พวกเราเล่นไปทั่วๆญี่ปุ่น มีบางที่ที่ผู้คนแรงกว่า และชอบเพลงที่หนักกว่า(หัวเราะ) ดังนั้นเราจะเพิ่มเพลงที่หนักๆเข้าไปลิสต์รายการครับ

Reo: พวกเราคิดถึงเรื่องที่ผู้ชมจะตอบสนองเราอย่างไร แต่ผมคิดถึงโครงสร้างของสถานที่ด้วย เราจะใส่ความหลากหลายลงไป ถ้าสถานที่นั้นใหญ่ และมีระบบแสงเสียงที่ดี ดังนั้น ต้องเล่นเพลงที่เข้ากับมัน ถ้าสถานที่นั้นค่อนข้างเล็ก และมีลมค่อนข้างน้อย เราจะเล่นเพลงที่หนักกว่า แรงกว่า เราเลือกเพลงโดยคิดถึงคุณภาพของสถานที่ด้วย

── มีอะไรตลกๆเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า

Hazuki: ในวันแรกสุด(หัวเราะ) เอ่อ ฟังนะครับ...ในช่วงกลางของไลฟ์ ในขณะที่เรากำลังจะเล่นเพลงใหม่ทียังไม่ออกอากาศ เราเริ่มด้วย 1-2-3... แต่ Asano กลับไม่เริ่มครับ(หัวเราะ)

── อ้า จำได้แล้ว(หัวเราะ)

Asano: เอ่อ ไม่นะ... ผมไม่อยากจำมันนี่ครับ...(หัวเราะ)

ทุกคน: (ระเบิดเสียงหัวเราะ)

Hazuki: มันเกิดขึ้นในระหว่างไลฟ์ ซึ่งอารมณ์กำลังหนักมาก เพราะงั้น เราเลยทำเนียนๆไปไม่ได้ (หัวเราะ) มันอยู่ในช่วงขณะที่เรากำลังจะเปลี่ยนอารมณ์ ไลฟ์ของเรา อารมณ์มันกำลังจะไปแล้ว! แต่...หมอนี่ดันทำเสียซะงั้น(หัวเราะ)

── ว้าว ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย

Hazuki: แต่เราก็ผ่อนคลายกันหลังจากนั้น

── มีอะไรน่าสนใจอีกหรือเปล่า

Hazuki: ที่นิอิกาตะ ตอนวันเกิดของ Reo พวกเขาเตรียมเค้กวันเกิดมาให้ด้วย!

Reo: และยังมีอีกอย่าง...ตอนที่ไลฟ์มืดลง และไลฟ์ก็ได้เริ่มขึ้น คุณจะได้ยินเสียงเรียกชื่อHazuki ดังเต็มไปหมด...แต่ เสียงทั้งหมดนั่นเป็นเสียงผู้ชายทั้งนั้น(หัวเราะ)

Hazuki: อ่านะ ก็มีผู้ชายทุกที่แหละ

Reo: ผู้ชายจะตอบสนองต่อแสงไฟในฮอลล์ที่ถูกปิดลงได้เร็วกว่า พวกเขาร้องแบบนี้ "Hazukiiiiii---!!!” (หัวเราะ)
(Reo เลียนแบบเสียงแหบๆ ร้องเรียกชื่อ Hazuki)

Hazuki: ฉันเขียนมันลงในบล็อคของฉันแล้ว (หัวเราะ)

── ว้าว เยี่ยม!

Reo: ผมว่ามันก็ดีนะ

── อันไหนที่คุณชอบมากกว่ากัน ระหว่างเล่นในไลฟ์เฉพาะของวง กับเล่นในงานที่มีหลายๆวงเล่น

Hazuki: ถ้าจะบอกว่าอันไหนดีกว่า ผมว่าผมชอบแบบเล่นในไลฟ์เฉพาะของวงมากกว่านะ เพราะเราจะได้เล่นนานกว่า (หัวเราะ)

── ฉันว่า มันมีจุดดีของงานที่มีหลายวงเหมือนกันนะ

Hazuki: อืมมม นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ผมรู้สึกเหมือนว่า "ฉันกำลังทำงานเพื่อธุรกิจอยู่" ในไลฟ์แบบนั้น ผมรู้สึกว่า "ฉันต้องมีแฟนๆมากขึ้น" ผมคิดว่า ในไลฟ์แบบวงเดียว ผมสามารถทำอะไรที่อิสระได้มากกว่า และสามารถปลดปล่อยตัวตนได้แท้จริง

── ในไลฟ์วงเดียว ผู้ชมมาเพื่อดู lynch. แต่ในไลฟ์ที่มีหลายๆวง ผู้ชมเป็นแฟนๆของหลายวง และพวกเขาก็มีปฏิกิริยาตอบสนองแตกต่างกัน

Hazuki: ผมก็คิดถึงจุดนั้น คิดถึงชนิดของงาน ว่าผมควรทำแบบไหน ควรร้องแบบไหนเพื่อผู้ชม ผมรู้ว่าความคิดแบบนี้จำเป็นมาก แต่ ผมไม่อยากคิดถึงมันมากนัก ยังไงก็แล้วแต่ ผมถือว่าผมชอบงานทั้งสองแบบนะ(หัวเราะ)

── คุณว่ามันยากไหมในการทำงานร่วมกับวงอื่นๆ

Reo: ในทางตรงข้ามเลยล่ะ ผมพบว่ามันง่ายกว่า

Hazuki: สำหรับผม มันคล้ายกับเล่นอยู่ในคอนเสิร์ตที่เราไม่ใช่เจ้าบ้าน ผมรู้สึกเหมือน "ok เอาล่ะ! เริ่มกันเถอะ!"

── แล้ววงไหนที่คุณว่าทำงานด้วยง่ายกว่า ระหว่างวงแนวเดียวกับคุณ หรือวงที่เป็นแบบตรงกันข้าม

Reo: ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องว่าทำงานกับใครง่ายกว่าเลย แต่ผมรำคาญวงที่มาสาย(หัวเราะ)

Hazuki: (หัวเราะ)

── วงที่พูดมากๆในช่วง MC?(หัวเราะ)

Reo: มันผิดกฎนะครับ ผมว่า มันเหมือนออกหมัดในขณะที่ระฆังหมดยกดังแล้ว(หัวเราะ)

── ทัวร์ครั้งนี้มีชื่อว่า THE DIFFUSING IDEAL ใครเป็นคนตั้งชื่อทัวร์ในแต่ละครั้ง

Reo: ชื่อของทัวร์ครั้งนี้ถูกตั้งขึ้นก่อนที่เราจะตั้งชื่อซิงเกิ้ล Ambivalent Ideal ในการทัวร์ฤดูใบไม้ร่วงของเรา พวกเรามาช่วยกันคิดถึงสิ่งที่เราจะทำในทัวร์ครั้งนี้ ซึ่งจะไปถึง 12 แห่งด้วยกัน ดังนั้น เราตัดสินใจจะประกาศอุดมคติของเราให้ทั่วประเทศรับรู้ ด้วยการตั้งมันเป็นชื่อของทัวร์ครั้งนี้ซะ

── ดังนั้น หลังจากที่คุณตั้งชื่อทัวร์ คุณก็คิดจะใช้คำ 'ideal' เป็นชื่อเพลงด้วยอย่างนั้นหรือเปล่า?

Hazuki: ผมเพิ่งนึกได้นะเนี่ย ว่ามันเป็นความคิดที่ดี (หัวเราะ)

Reo: Hazuki คิดถึงสายตาของคนทั้งโลก กับคอนเซ็ปต์ของเนื้อเพลง เพราะเนื้อเพลงเขียนขึ้นก่อนเราจะตั้งชื่อให้กับเพลง

Hazuki: ผมเขียนขึ้นเองแหละ ก่อนที่ชื่อเพลงจะถูกตั้งขึ้น

Reo: เพราะงั้นแหละ เราก็เลยตั้งชื่อ Ambivalent Ideal ได้ สำหรับชื่อของทัวร์ ในช่วงที่เราร่วมทัวร์กับวงอื่นๆในงานต่างๆ ช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง พวกเราคิดกันถึงทัวร์เฉพาะของพวกเรา ที่เรามีเวลาไม่จำกัด มีแค่เราเท่านั้น และทุกคนก็มาดูเราโดยเฉพาะ เราจะทำอะไรในไลฟ์ของเราบ้างนะ พวกเราตั้งชื่อเพลงนี้ เพราะเราต้องการจะหาวิถีทางในอุดมคติ ที่จะเผยแพร่อุดมคติของ lynch. ออกไปในวงกว้างทั่วประเทศ

── Hazuki ในฐานะที่คุณเป็น DJ แห่ง รายการวิทยุ Live Cast และอีกหลายๆรายการ มันเป็นอย่างไรบ้าง

Hazuki: ผมสนุกกับมันนะ มันเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ผมชอบการพูดคุย

── อิมเมจของคุณดูไม่เป็นคนที่ชอบพูดเลยนะ

Hazuki: ผมไม่ใช่แบบนั้นจริงๆนะ ผมค่อนข้างพูดมาก คิดว่านะ เพียงแต่พูดกับคนที่ผมรู้จักดีเท่านั้น ผมไม่พูดกับคนที่ไม่รู้จัก

── อ้า จริงเหรอ Reo คุณมีเพื่อนๆมากมาย ดังนั้นคุณเลยคุยได้กับเพื่อนทุกประเภทใช่ไหม

Reo: ครับ เวลาที่ผมพูด ผมพูดเพราะผมชอบพูด และผมว่า มันเป็นสิ่งที่ดีนะที่ผมได้ผมคนหลายประเภท และพูดคุยถึงอะไรหลายๆแบบ

Hazuki: สำหรับ Live Cast เราอัดมันด้วยตัวเราเอง เราทำมันเสร็จเรียบร้อยด้วยตัวเราเอง อย่างเช่นว่า นิตยสารมีข้อจำกัดสำหรับการตอบจดหมาย และรายการวิทยุอื่นๆก็มีเวลาจำกัด แต่เราไม่คิดถึงอะไรแบบนั้นเลย เราสามารถพูดถึงสิ่งที่เราอยากพูดได้ ดังนั้น ผมสามารถพูดถึงสิ่งที่ปกติผมไม่ค่อยพูดถึงนัก

── แล้ว Asano กับ Yusuke ล่ะ ไปทำด้วยกันหรือเปล่า?

Asano: ถ้ามีใครชวนก็จะไปครับ แต่...ผมไม่รู้ว่าจะทำมันให้ดีได้อย่างไร เพราะผมมีเพื่อนไม่มากนัก(หัวเราะ)

Hazuki: ไม่ต้องห่วง ฉันพูดกับตัวเองในช่วงหลายวันมานี้

Reo: ครั้งสุดท้ายที่ผมทำมัน ผมคุยอยู่คนเดียวตลอดทั้งรายการเลยล่ะ(หัวเราะ) แต่มันก็ดีขึ้นนะ

── ระหว่างทัวร์ คุณอัดรายการหลายรายการเลยใช่ไหม

Reo: เปล่าครับ ผมอัดมันที่โรงแรม และตัดต่อมันเอง มันประมาณ 30 นาที และก็เอาไปส่งด้วยตัวเองด้วย(หัวเราะ)

── Kaine มือกีต้าร์แห่ง SIX-R มาเป็นแขกรับเชิญด้วย เขาเป็นเพื่อนคุณใช่ไหม?

Hazuki: (หัวเราะ)เขาเป็นรุ่นพี่ม.ต้นของผม เขาเป็นคนสำคัญมาก ในหนทางของการเล่นดนตรีเป็นวงของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย ตอนที่พวกเราเช่าหอประชุมของเมืองเพื่อเล่นไลฟ์แบบเอาสนุก เราไม่เคยเล่นในไลฟ์เฮ้าส์มาก่อนเลย ดังนั้น เราคุยกันว่า "ไปเสียเงินและเล่นด้วยกันกันเถอะ" ตอนที่ผมยืนบนเวทีครั้งแรก เขาเป็นคนจัดงานที่แท้จริง(หัวเราะ) พอผมเล่นไลฟ์ เขาชอบผมมากขึ้นด้วย ผมเริ่มเข้าไปรู้จักกับเพื่อนของพี่เขาด้วย และหลังจากนั้นก็มาเป็นแบบนี้... ดังนั้น ถ้าไม่มีเขาในวันนั้น ก็ไม่มีผมในวันนี้

── คุณรู้สึกยังไงบ้าง กับการที่ผลงาน 6 ใน 10 ของคุณขายหมดไปแล้ว ทั้งที่คุณยังเพิ่งเริ่มต้นอาชีพนี้เท่านั้น?

Hazuki: ผมไม่รู้ จริงๆนะ อืม รวมทั้งพวก First limited edition ด้วย แต่ พูดจริงๆเลยนะ ผมไม่รู้สึกอะไรเลย

── คุณไม่เคยรู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จเลยเหรอ? คุณไม่เคยตั้งเป้าว่ามันจะต้องขายหมดเลยเหรอ?

Hazuki: ผมไม่คิดอะไรเลย สิ่งที่ขายหมด ก็คือพวก first limited edtion ของพวกเรา มันไม่ดีถ้า first limited editon ขายไม่หมดน่ะ(หัวเราะ) regular edition ก็ขายหมด แต่มันไม่ใช่ตัวเลขจริงๆที่คุณจะเอามาคิดได้หรอก ดังนั้น ผมว่ามันก็ธรรมดา

── อะไรคือความหมายของ "Monster Barker" ในเพลง The Universe off ของอัลบั้ม THE AVOIDED SUN?

Hazuki: คำตอบของผมอาจจะทำให้คุณผิดหวังอยู่สักหน่อย พูดตามตรง มันไม่ได้มีความหมายโดยนัยอะไรเป็นพิเศษหรอก ปกติแล้วผมคิดถึงคอรัสมากๆ และผมเกลียดการที่จะใส่คำแปลกๆลงไป และทำให้มันออกเสียงมาประหลาดๆ ร้องก็ยาก คนที่ร้องคอรัสก็ต้องเล่นเครื่องดนตรีอย่างอื่นด้วย ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถจะจดจ่ออยู่กับการร้องคอรัสเท่านั้น ผมจะเปรียบเทียบคำเหล่านั้นกับเนื้อเพลงในส่วนอื่นๆ และเลือกคำที่ไม่ต่างกันมากเกินไปนัก ดังนั้นเสียงที่ออกมาจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับผม แม้ว่าผมจะไม่ค่อยเข้าใจคำเลือกมากนักก็ตาม(หัวเราะ) แต่มันก็มีอะไรอีกหลายอย่างนอกจากความหมายที่มีความสำคัญสำหรับผม

── คุณเคยบอกว่า ชื่อเพลงภาษาอังกฤษนั้นเข้ากับธีมของ lynch. ได้มากกว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณใช้คำภาษาอังกฤษกับเนื้อเพลงอยู่หลายคำเลยรึเปล่า?

Hazuki: วิธีการร้องของผมไม่เข้ากับภาษาญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ มันแปลกๆเวลาที่ผมฟังมัน และผมก็มีความยากลำบากอยู่สักหน่อยในการร้องภาษาญี่ปุ่น ยกตัวอย่างเช่น มันยากที่จะตะโกนเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษล่ะก็ จะง่ายกว่า ดังนั้นผมเลยใช้มันบ่อย

── ดังนั้น จริงๆแล้วคือคุณไม่ได้มีแนวโน้มจะพัฒนาเพลงของคุณด้วยการเขียนเพลงเป็นภาษาอังกฤษ

Hazuki: เปล่าครับ มันแค่ฟังง่ายกว่า

── Yusuke คุณเข้ามาร่วมวงกับ lynch. หลังจากนั้น มีอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของวง

Yusuke: ด้วยการบรรเลงของผม ผมไม่คิดถึงว่าผมเป็นอะไรทั้งนั้น จุดเด่นของผมเป็นที่รู้กันอยู่แล้วตั้งแต่ตอนที่ผมถูกชวนให้เข้าร่วมวง ดังนั้น พอผมเข้าร่วมกับวงแล้ว ผมก็ต้องการจะใช้ความสามารถที่ผมมีอยู่ช่วยเหลือวงให้ถึงที่สุด ก่อนที่ผมจะเข้าร่วมวง ผมได้ดูไลฟ์ของพวกเขาหลายครั้ง และเข้าใจ "สีของวง" แล้ว ดังนั้น ผมคิดว่าผมสามารถจะหาจุดที่แตกต่าง และเพิ่มสีสันให้กับวงได้

── คุณเป็นมือกีต้าร์เช่นเดียวกับ Reo แล้วคุณคิดอย่างไรกับเขาบ้าง?

Yusuke: ผมรู้จักกับ Reo ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่วงก่อนหน้า lynch. ดังนั้นผมรู้สึกเครียดนิดหน่อยในตอนแรก ผมไม่แน่ใจว่าผมสามารถจะเข้ากับเขาได้ไหม ในฐานะที่ต้องเล่นด้วยกัน

── แล้ว Reo ล่ะ คุณคิดอย่างไรกับ Yusuke ในฐานะมือกีต้าร์?

Reo: เขาเป็นคนแบบที่แตกต่างกับผมมาก เขาไว้ก่อนหน้านี้ว่า "ด้วยการเข้าร่วมวง ฉันจะพัฒนาวงได้อย่างไรนะ" และผมรู้สึกคล้ายกับว่าเขาจะทำอะไรขึ้นมาได้จริงๆ ในฐานะที่เขามีประสบการณ์และความสำเร็จมามาก เราเปลี่ยนจากวงที่มีเพียงสามคน มาเป็นวงที่มีสี่คน ดังนั้นในขณะนี้เราสร้างดนตรีผ่านคนสี่คน ผมไม่อยากให้เขาคิดว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น แต่อยากให้เขาปล่อยตัวตามสบาย และพูดอะไรแบบ "ฉันว่า ตรงท่อนนี้มันควรจะเป็นแบบนี้นะ..." หรืออะไรแบบนั้น

── ดังนั้น คุณจะไม่แนะนำเขาว่า เราควรแบ่งกันไปเป็นท่อนๆ แต่คุณทั้งสองอยากจะ "ฉันอยากจะเล่นแบบนี้น่ะ..." มากกว่าใช่ไหม?

Reo: พวกเราจะคุยกันว่า เรา"อยากเล่นแบบนี้น่ะ" หลังจากนั้นก็ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร ที่เข้าได้กับเราทั้งสองคน และไม่ทำให้เพลงสะดุด แต่ตั้งแต่แรกสุดแล้ว เราไม่เคยมีปากเสียงกันในเรื่องไหนเลยครับ

── Asano แนวกลองของคุณนั้นดูสุขุมเยือกเย็นมาก คุณรู้สึกตัวบางไหม

Asano: ไม่ครับ ไม่เลย ผมเล่นแบบนี้มานานแล้วล่ะ lynch. มีภาพลักษณ์ของความรุนแรง แต่ผมจะไม่รุนแรงแบบนั้น และผมก็คิดอย่างนี้มาตั้งแต่เริ่ม lynch. แล้วล่ะ และจะไม่เปลี่ยนด้วย แต่ว่าไลฟ์ก็แตกต่างออกไป...

── จริงเหรอ?

Asano: อืม ก็ไม่เชิง (หัวเราะ)

ทุกคน: (ระเบิดเสียงหัวเราะ)

Reo: เราทำอย่างที่เราแต่ละคนอยากจะทำ และส่วนผสมของมันก็คือ lynch. ผมว่านะ ถ้าเราปลดปล่อยจุดดีของแต่ละคนออกมาอย่างเคารพซึ่งกันและกัน ผมว่า เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้เรื่อยๆ ดังนั้น เขาไม่ได้ตีกลองอย่าง "สุขุม" หรอกครับ แต่แนวการตีของเขาสุขุมเมื่อเทียบกับคนอื่นๆต่างหาก เราสามารถพูดแบบเดียวกันนี้ได้กับ Hazuki เขาเขียนเพลงที่เขาชอบ หลังจากนั้น คนฟังอาจจะฟังได้เป็น เพลงติดหู เพลงที่มีเมโลดี้เด่นมาก หรือเป็นเพลงหนักก็ได้ เราแค่ทำสิ่งที่เราคิดว่าดีด้วยกัน

── ฉันคิดว่า ความมั่นคงในดนตรีของพวกคุณนั้นเท่เอามากๆ

Asano: ผมคิดว่า พวกเราแต่ละคนรู้จุดยืนของพวกเราในการเล่นดนตรีเป็นอย่างดี

Reo: เราทำงานด้วยกันมาสี่ปีแล้ว ดังนั้นเรารู้สิ่งที่เราควรทำ และทำมัน จากนั้นก้าวไปข้างหน้า

── มีอะไรในขณะนี้บ้างที่คุณรู้สึกอยากจะลองเอาชนะมันดู

Asano: ผมไม่อยากจะเปลี่ยนไปมากนัก ผมอยากจะรักษาอารมณ์ในขณะนี้ไว้ และทำเพลงดีๆ ทำไลฟ์ดีๆ ต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุด

Yusuke: โดยส่วนตัว ผมเป็นมือกีต้าร์ และเล่นกีต้าร์ในขณะนี้ แต่ถ้าเรามีเพลงที่ผมสามารถจะเล่นเครื่องดนตรีอื่นได้ ผมก็อยากจะลองเล่นเครื่องดนตรีชิ้นอื่นดูบ้าง อยากจะลองเล่น synthesizer หรืออะไรที่มันพิเศษๆหน่อย(หัวเราะ) แต่นี่ก็เป็นความสนใจส่วนตัวของผมน่ะครับ

── คุณลองเล่นมันดูแล้วเหรอ

Yusuke: เปล่า ก็ไม่เชิงครับ(หัวเราะ) ถ้าผมทำอะไรแบบนั้นได้ ผมว่ามันคงน่าสนใจดีทีเดียว

Reo: ผมคิดว่า ในขณะนี้เรามีกันถึงสี่คนแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้น กับการเล่นเพลงในแนวที่กว้างขึ้น... คุณรู้ไหม ผมเพิ่งนึกได้นะเนี่ย...(หัวเราะ)

── ในขณะนี้ Hazuki เป็นคนแต่งเพลงเกือบทั้งหมดของพวกคุณ แต่มีความเป็นไปได้หรือเปล่าที่คนอื่นๆในวงจะแต่งเพลงบ้าง

Reo: ก็อาจเป็นไปได้ครับ มันอาจจะแปลกๆออกไป แต่มันก็น่าสนใจที่เราจะลองเล่นเพลงแนวอื่นดูบ้าง อย่างเช่นว่า R&B, surf rock, melo-core มีเพลงอีกหลายแนวมากมาย ถ้าเราสามารถดัดแปลงให้มันเข้ากับ lynch. ได้ ความเป็นไปได้ของวงเราก็จะมากขึ้น ผมว่านะ เรามั่นใจว่า ถ้าหากว่าเราจะทำมันจริงๆ ไม่มีใครสามารถมาพูดได้ว่า "มันไม่ใช่ lynch."

── แต่มันก็สร้างความลำบากให้แก่นักร้องเช่นกัน(หัวเราะ)

Hazuki: ครับ(หัวเราะ) R&B มันยากมาก...(หัวเราะ) ผมทำเฉพาะสิ่งที่ผมชอบ ดังนั้นก็เลยไม่มีอะไรใหม่ๆที่อยากทำเป็นพิเศษในตอนนี้ ผมคิดว่าผมจะทำสิ่งที่ผมทำอยู่นี้ต่อไปเรื่อยๆ คุณรู้ไหม ผมอยากจะได้ถ่ายภาพแบบที่ผมไม่แต่งหน้าในสักวันหนึ่ง ผมไม่ได้เกลียดการแต่งหน้านะ และผมก็แต่งด้วย เพราะผมอยากแต่งนั่นแหละ แต่ว่า ผมชอบศิลปินที่ถ่ายรูปโดยไม่แต่งหน้า และผมก็ไม่เคยทำแบบนั้นมาก่อน ดังนั้นมันก็เลยน่าจะดีที่จะถ่ายแบบนั้นในอนาคตนะ

── คุณควรจะแต่งเพลงด้วยอารมณ์แบบนั้นนะ

Hazuki: ครับ ผมคิดว่าเราทำได้นะ แม้แต่ในขณะนี้กับเพลงในขณะนี้ของเรา แต่ผมว่าเราก็ต้องคิดถึงความลื่นไหลของมันด้วย

── คุณรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า เวลาที่มีคนมาพูดว่า คุณเป็น "visual kei" ?

Hazuki: ผมไม่รู้ว่าอะไรคือ visual kei กันแน่ ถ้าหากว่ามันไม่ใช่ดนตรีแนวหนึ่ง แต่เป็นการที่คุณแต่งหน้าทาปากหรือไม่... ถ้าอย่างนั้น ผมว่าเราคือ visual keiแต่ผมก็ไม่สนใจหรอกนะ เพราะจะอย่างไรเราก็จะแต่งหน้าต่อไป(หัวเราะ)

Reo: ถ้ามีคนมาบอกว่า พวกเราเป็น visual kei เพราะแนวเพลงของเราล่ะก็ ผมโกรธนะ(หัวเราะ)

Hazuki: ผมคิดว่า เวลาที่คนพูดถึง visual kei โดยทั่วไป เขาคิดถึงเพลงมาตรฐานต่ำ ผมว่า มันน่าอายที่มีคนเอาเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับอะไรแบบนั้น แต่ถ้าเราถูกเอาไปข้องเกี่ยวเพราะภาพลักษณ์ล่ะก็ ผมก็เห็นด้วย

── แต่ CD ของคุณก็ถูกขายอยู่ในมุม visual kei ในร้านนะ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?

Reo: แนวเพลงน่ะ ถูกจัดโดยความเห็นส่วนตัวของผู้ฟัง และพวกเราก็ทำแต่สิ่งที่เราคิดว่ามันดี และถ้าเขายังจัดเราให้เป็น visual kei อยู่อีกล่ะก็ เราก็จะไม่ต่อต้านอะไรทั้งนั้น คุณรู้ไหม วงที่คนทั้งโลกจัดให้เป็น punk พวกเขาอาจจะคิดอยู่ในใจก็ได้ว่า เขาเป็น heavy metal (หัวเราะ) วงที่ CD ของเขาถูกจัดอยู่ในมุม heavy metal อาจจะคิดอยู่ก็ได้ว่า "ไม่ใช่ เราเป็น power metal!" (หัวเราะ) มันถูกจัดโดยคนอื่นๆ โดยที่เราไม่สามารถคาดเดา หรือทำอะไรได้ ดังนั้น เราก็จะไม่พูดอะไรล่ะ ผมว่านะ มันจะดีกว่า ที่เราจะเอาพลังงานมาทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่า(หัวเราะ) ผมคิดว่าถ้าเราสร้างแต่ผลงาน และทำให้ไลฟ์ดีขึ้นเรื่อยๆ กำแพงแบบนี้ก็จะค่อยๆหายไปเอง

── เอาล่ะ สุดท้ายแล้ว รบกวนทุกคนช่วยบอกเราเกี่ยวกับความปราถนาของพวกคุณในทัวร์ครั้งนี้ และเมสเสจที่แฟนๆในต่างประเทศสักหน่อย

Yusuke: ไลฟ์ของเราก็ค่อยๆดีขึ้นๆแล้ว ผมหวังว่า เมื่อเราจบทัวร์ครั้งนี้ วงของเราก็จะพร้อมสำหรับก้าวต่อไป ดังนั้น ผมอยากให้สนุกกับทุกๆไลฟ์ของเรานะครับ เราอาจมีโอกาสได้ไปและเล่นไลฟ์ในต่างประเทศสักวันหนึ่ง และผมคิดว่าไลฟ์น่าจะสนุกมาก กรุณารอพวกเรานะครับ พวกเราจะรอคอยวันที่เราจะได้พบคุณ

Asano: พวกเราใส่จิตวิญญาณเขาไปในไลฟ์ของเราทุกครั้ง และพวกเราตอนนี้ก็กำลังโตขึ้นไปพร้อมๆกับที่เราเล่นไลฟ์ ดังนั้น ผมอยากให้ทัวร์นี้ประสบความสำเร็จ ผมไม่เคยไปเล่นไลฟ์ที่ต่างประเทศ แต่เวลาที่ผมได้ฟังจากคนที่เคยไปแล้ว พวกเขาบอกว่า "บรรยากาศแตกต่างจากญี่ปุ่น" ผมไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะผมไม่เคยรู้สึกอย่างนั้น แต่ถ้าผมอยากทำมันในสักวันหนึ่ง ผมหยุดคิดถึงว่าไลฟ์ของ lynch. ในต่างประเทศจะเป็นอย่างไรไม่ได้เลย และผมรู้สึกสนใจอย่างมากว่ามันจะเป็นอย่างไรกัน

Reo: ผมคิดว่า สมาชิกแต่ละคนของสามารถจดจ่ออยู่กับทัวร์ครั้งนี้ได้ ดังนั้นเราจึงสร้างแรงกดดันกันตั้งแต่วันแรก และใส่ 200% หรือ 300% ลงไปในการแสดงของพวกเรา ผมได้ยินเกี่ยวกับไลฟ์ในต่างประเทศมาว่า บรรยากาศมันต่างออกไป และก็อะไรอีกหลายๆอย่าง แต่ผมก็อยากจะไปต่างประเทศ และเล่นให้พวกคุณฟัง ถ้าคุณมีโอกาสมาดูไลฟ์เราล่ะก็ มาดูนะครับ ผมแน่ใจว่าคุณจะสนุกไปกับคอนเสิร์ตของ lynch.

Hazuki: ทัวร์ครั้งนี้เป็น one-man ทัวร์ของเรา เล่นใน12 แห่ง มีคนมากมายมาดูเรา และผมหวังว่าเราจะแสดงให้พวกเขาดูได้อย่างดีเยี่ยมทุกครั้ง ตอนนี้ ผมรู้สึกว่าสถานการณืแบบนี้ค่อนข้างจะเข้าใกล้สิ่งที่เราวาดภาพไว้เมื่อตอนเริ่มต้น ผมตั้งใจจะทำให้ฝันนี้เป็นจริงให้ได้ ผมหวังว่าเราจะได้แชร์เวลาดีๆในไลฟ์สุดท้ายของเรา ดังนั้นกรุณามาดูพวกเรานะครับ สำหรับการไปต่างประเทศ มีคนบอกเราว่า "จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้" บ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ (หัวเราะ) ผมไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่ แต่ผมบอกได้ว่า ผมอยากจะไปมากๆเลยล่ะ งานต่อไปของพวกเรา จะเป็นอะไรที่ใหญ่มากๆ ถ้าคุณได้ฟังมันล่ะก็ ผมมั่นใจว่า คุณจะเข้าใจ lynch. เราแตกต่างจาก visual kei ดังนั้นอย่าลืมมองหามันเมื่อมันออกมาแล้วนะครับ

JaME ขอขอบคุณ lynch. เป็นอย่างมาก สำหรับการทำบทสัมภาษณ์นี้ให้เกิดขึ้นจริง
related items
related artists
comments
blog comments powered by Disqus
related gallery


advertisements